อยากหาที่พักผ่อนหย่อนใจไม่ไกลจากกรุงเทพฯ บรรยากาศชิลล์สบายๆ สูดอากาศบริสุทธิ์เต็มปอด ลองมาเที่ยวเขื่อนขุนด่านปราการชลกันไหม ที่นี่ไม่ใช่แค่เขื่อนธรรมดาๆ แต่เป็นสวรรค์แห่งขุนเขาและสายน้ำเลยทีเดียว บอกเลยว่าธรรมชาติสวยงามอลังการมาก ไม่ว่าจะเป็นวิวทิวทัศน์ของตัวเขื่อนอันยิ่งใหญ่ หรือธรรมชาติรอบข้างที่เขียวขจี ลมพัดเย็นสบาย เหมาะกับการมาพักผ่อนสุดๆ แล้วที่นี่ยังมีกิจกรรมให้ทำอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งเรือชมวิว เดินป่า หรือจะแค่นั่งพักผ่อนริมน้ำก็ฟินแล้วครับ ถ้าพร้อมแล้วไปลุยกันเลย
จะบอกว่าเขื่อนขุนด่านปราการชลเนี่ยเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คยอดนิยมของจังหวัดนครนายกเลยนะ ใครมาเที่ยวที่นี่ก็ต้องไม่พลาดมาถ่ายรูปกับวิวสวยๆ บนสันเขื่อน หรือจะลงไปเล่นน้ำเย็นๆ ที่อ่างเก็บน้ำก็ได้ บอกเลยว่าชื่นใจสุดๆ แล้วที่นี่ยังมีร้านอาหารอร่อยๆ ให้ได้ลิ้มลองอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาหารพื้นเมือง หรืออาหารตามสั่ง ก็มีให้เลือกทานกันอย่างจุใจ รับรองว่ามาเที่ยวที่นี่แล้วจะต้องประทับใจกลับไปอย่างแน่นอนครับ
ประวัติและความเป็นมาของสถานที่

เนื่องจากจังหวัดนครนายกตั้งอยู่ในภาคกลางและ เป็นแหล่งพื้นที่สำคัญที่ผลิตอาหารให้กับประเทศ แต่ด้วยลักษณะของภูมิประเทศที่ประกอบด้วยหุบเขาแคบ ลาดชัน และที่ราบกว้างใหญ่ ในช่วงฤดูฝนจึงเกิดน้ำไหลหลากรุนแรง เข้าท่วมพื้นที่ทำมาหากิน ไร่นาของชาวบ้าน ทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง จึงทำให้เกิดน้ำขังบริเวณพื้นที่ต่ำ และพื้นที่ลาดชันมีระดับน้ำใต้ดินต่ำ ในช่วงที่ฝนหมดจึงทำให้แห้งแล้งและดินแตกระแหงไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้
ด้วยปัญหา น้ำท่วม น้ำขัง ดินแตก ดินเปรี้ยว จึงไม่สามารถทำการเกษตรซึ่งเป็นอาชีพหลักได้ ทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจของชาวนครนายกมายาวนาน ต่อมาได้มีความพยายามแก้ปัญหาดังกล่าว โดยสร้างระบบชลประทานประเภทและขนาดต่างๆ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำได้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงมีต่อชาวนครนายกจากการที่ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร

ในวันที่ 4 ธันวาคม 2536 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทาน พระราชดำริ ให้กรมชลประทานพิจารณาวาง โครงการและก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ขึ้นมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2539 โดยอนุมัติการก่อสร้างระหว่าง พ.ศ. 2540 ถึง พ.ศ. 2546 ในวงเงิน 10,193 ล้านบาท และอนุมัติแผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไข และติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการฯ พร้อมอนุมัติงบประมาณปี 2540 ถึง 2551 ในวงเงิน 990 ล้านบาท เริ่มดำเนินงานก่อสร้างในวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 เสร็จในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2547 และเริ่มเก็บกักน้ำในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2548


จากนั้นเขื่อนขุนด่าน จึงเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่สามารถเก็บกักและจัดสรรน้ำอย่างเป็นระบบให้แก่พื้นที่เกษตรกรรวม 185,000 ไร่ ทำให้เกษตรกรได้รับผลประโยชน์กว่า 9,000 ครัวเรือน และเมื่อสามารถไขปัญหาน้ำท่วมสลับกับความแห้งแล้งลงได้แล้วก็จะช่วยลดปัญหาดินเปรี้ยวไปได้ในที่สุด นอกจากนี้น้ำจากอ่างเก็บน้ำ ยังเป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับการผลิตน้ำประปา และการปล่อยน้ำจากเขื่อนจะช่วยผลักดันน้ำเค็มที่จะรุกเข้าสู่แหล่งแหล่งน้ำธรรมชาติในช่วงฤดูแล้งได้ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาและแหล่ง แหล่งประมงน้ำจืดขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มรายได้ให้ราษฎรได้อีกทางหนึ่ง

ยังไม่หมดเท่านี้ นอกจากจะแก้ปัญหาเรื่องน้ำให้กับชาวจังหวัดนครนายกได้แล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญขนาดใหญ่แห่งใหม่ของจังหวัดนครนายกอีกด้วย ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมายเดินทางเข้ามาเยี่ยมชมความยิ่งใหญ่ของสถานที่ และมีกิจกรรมมากมายให้ทำ เช่น การเดินป่าท่องพงไพร การล่องเรือสู่น้ำตกเหวนรก การเล่นกีฬาทางน้ำใกล้ชิดธรรมชาติ เช่น เรือใบ วินด์เซิร์ฟ พายเรือคยัค
รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเขื่อน

เขื่อนขุนด่านประกอบไปด้วยเขื่อนหลักและเขื่อนรอง สร้างขึ้นมาด้วยคอนกรีตบดอัด เป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัดที่มีความยาวที่สุดในโลก โดยมีความยาวทั้งหมด 2,720 เมตร ความสูง 93 เมตร รับน้ำที่ไหลจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ผ่านน้ำตกเหวนรกลงสู่อ่างเก็บน้ำ มีความจุ 224 ล้าน ลบ.ม. สามารถชมอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้จากบริเวณสันเขื่อน จะเห็นทิวทัศน์ด้านหน้าเขื่อน และชมทิวทัศน์เมืองนครนายกด้านหลังเขื่อน ในอนาคตมีโครงการจะสร้างแก่งเทียมเพื่อการท่องเที่ยวและกีฬา และเป็นสนามสลาลอมนานาชาติ ซึ่งจะเป็นแห่งเดียวในภูมิภาคนี้
บรรยากาศทิวทัศน์โดยรอบ

ตัวเขื่อนกว้างขวางและยิ่งใหญ่มาก ช่วงกลางวันอากาศค่อนข้างร้อน แต่ความยิ่งใหญ่ของเขื่อนก็น่าประทับใจมาก บรรยากาศรอบๆ ยังมีธรรมชาติสวยงาม น้ำใส สะท้อนสีเขียวของภูเขา เหมาะสำหรับการพักผ่อนและถ่ายรูป ใครชอบถ่ายรูปกับสายน้ำ ภูเขา และต้นไม้ มองเห็นวิวธรรมชาติไกลสุดลูกหูลูกตาและความอลังการของเขื่อน แนะนำให้ลองมาดูสักครั้ง ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ขับรถชิลล์ๆ แวะเข้ามาดูได้ครับ
การบริการต่างๆ

เป็นสถานที่ที่ไม่มีค่าเข้า เข้าฟรี มีรถคอยให้บริการเที่ยวสันเขื่อนคนละ 30 บาท รอไม่นาน รถกอล์ฟคันเล็กนั่งได้ 4 คน 350 บาท/ชั่วโมง คันใหญ่นั่งได้ 6 คน 500 บาท/ชั่วโมง มีเรือหางยาวนำเที่ยวเหนือเขื่อน พาชมน้ำตก ราคา 1,500 ต่อกลุ่ม สามารถจอยกันได้ให้ครบคน ตกคนละประมาณ 200 บาท มีเจ้าหน้าที่บรรยายความเป็นไปเป็นมาของเขื่อนขุนด่านให้ฟัง ถึงแม้จะเป็นวันหยุดคนเยอะ แต่ที่จอดรถก็มีเพียงพอ มีร้านค้าโดยรอบสถานที่ด้านล่าง ถ้าใครยังไม่อยากกลับมีที่พักใกล้ๆ ตัวสถานที่ท่องเที่ยวให้อีกด้วย
เขื่อนขุนด่านปราการชล
ที่อยู่: ตำบล หินตั้ง อำเภอ เมือง จังหวัด นครนายก
เบอร์: 037349557
เว็บไซต์: khundan
เวลาเปิด-ปิด: 06:00-17:00
พิกัด: Goolgle Maps
เขื่อนขุนด่านปราการชล เป็นมากกว่าแค่แหล่งท่องเที่ยว ของขวัญชิ้นใหญ่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พระราชทานให้คนไทยทุกคน ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ให้กับเกษตรกร และช่วยให้ชาวนครนายกมีอาชีพล่อเลี้ยงชีวิตเพิ่มมากขึ้น เราทุกคนจึงควรช่วยกันดูแลรักษาธรรมชาติบริเวณนี้ให้คงอยู่คู่กับพวกเราไปนานๆ ใครอยากสัมผัสกับธรรมชาติลองแวะไปเที่ยวสูดอากาศบริสุทธิ์ดูสักครั้ง อย่าลืมรักษาความสะอาดกันด้วยนะครับ

สวัสดีครับ ผมเป็นนักพัฒนาเว็บที่หลงใหลในโลกดิจิทัล ชอบเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นเว็บไซต์ที่ใช้งานได้จริง เวลาว่างชอบเล่นเกม ดูหนัง แล้วก็ฝันว่าจะเป็น Iron Man สักวัน

